Monthly Archives: มิถุนายน 2017

เกาะง่ามใหญ่-ง่ามน้อย

หมู่เกาะง่าม เป็นหมู่เกาะเล็กๆ ที่ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็กหลายเกาะ ที่รู้จักกันดีที่สุดคือเกาะง่ามใหญ่ กับเกาะง่ามน้อย ทั้งสองเกาะอยู่ใกล้กันมาก แล้วมีเกาะอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลกันอีกหลายเกาะ เหมาะสำหรับการเที่ยวดำน้ำดูปะการัง เดิมทีเกาะง่ามใหญ่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเกาะที่เหมาะกับการดำน้ำดูปะการังน้ำลึก แต่ในระยะหลังก็เริ่มมีการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น โดยเฉพาะดอกไม้ทะเลที่มีความสมบูรณ์สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของไทย หลังจากเหตุการณ์ซึนามิเมื่อกว่าสิบปีก่อนนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจว่าปะการังไทยฟอกขาวตายไปจนไม่มีความสวยงามหลงเหลืออยู่ แต่หลายคนลืมนึกไปว่าซึนามิสร้างความเสียหายให้ปะการังและชายฝั่งด้านอันดามัน แต่ทะเลอ่าวไทยยังมีความสวยงามอยู่มาก โดยเฉพาะที่เกาะง่ามใหญ่หากใครได้มาสัมผัสจะเป็นความทรงจำที่ประทับใจไปอีกนานด้วยความสวยงามของทุ่งดอกไม้ทะเลที่กว้างจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเพียงสวมเสื้อชูชีพกับสน๊อกเกิลก็สามารถชมความสวยงามนี้ได้โดยไม่ต้องดำน้ำลึก เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย อยู่ทางด้านใต้ของอ่าวทุ่งวัวแล่น ห่างจากฝั่งประมาณ 17 กิโลเมตร ขึ้นสปีดโบ๊ทที่ท่าเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ผ่านปากน้ำชุมพร ออกมาถึงเกาะใช้เวลาประมาณ 20 นาที รอบเกาะมีแนวปะการัง แนวหิน และถ้ำใต้น้ำ น้ำทะเลใสมาก นับเป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ติดต่อสอบถามข้อมูลและเรือสำหรับดำน้ำได้ที่ ต้นปาล์มโวยาจ (เราใช้บริการเรือเจ้านี้) โทร. 0893216335, 0884445937 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

เกาะทะลุ

เกาะทะลุ เป็นเกาะที่เป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงาม และยังคงมีความเป็นธรรมชาติสูง จัดได้ว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย วันนี้จึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับเกาะทะลุแห่งนี้กันเลยครับ เกาะทะลุอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 400 กิโลเมตร ถ้าหากเราเริ่มเดินทางลงใต้จากกรุงเทพไม่นาน เราก็จะได้พบกับแหล่งดำน้ำแหล่งแรกนั่นก็คือ เกาะทะลุ ไม่ต้องไปไกลถึงทะเลอันดามัน เราก็จะได้สัมผัสกับแนวปะการังที่สวยงามตลอดแนวเกาะและฝูงปลาน้อยใหญ่ที่สวยงามไม่แพ้ทะเลอันดามันเลยทีเดียว เกาะทะลุ เป็นเกาะขนาดใหญ่ ฝั่งอ่าวไทย อยู่ในเขต ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการเดินทางสามารถเดินทางไปยังเกาะทะลุโดยการนั่งเรือท่องเที่ยวออกจากท่าเรือหาดแหลมสน บางสะพานน้อยไปยังเกาะทะลุ จะใช้เวลาในการเดินทางเพียง 30 นาทีเท่านั้น หรือถ้าออกเดินทางจากหาดบางเบิดจะใช้เวลาประมาณ 50 นาที เมื่อถึงเกาะทะลุแล้วเราจะสามารถรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือเกาะทะลุ เพราะที่เกาะทะลุจะมีรูทะลุอยู่บริเวณหัวเกาะ อันเป็นที่มาของชื่อเกาะทะลุนั่นเอง โดยบริเวณรอบๆเกาะอุดมไปด้วยทรัพยากร ปะการังสีสันสวยงาม ฝูงปลาน้อยใหญ่ หาดทรายขาวสะอาด อีกทั้งสัตว์ทะเลต่างๆเช่น เต่าทะเล ปลาโลมา ปลาวาฬบรูด้า ฉลามวาฬ

เกาะหลีเป๊ะ

รู้จักสักหน่อย : เกาะสุดท้ายตอนใต้ของสยามประเทศติดกับน่านน้ำมาเลเซีย สวยใสทั้งน้ำทะเลและมวลหมู่ปะการัง จัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งดำน้ำทั้งตื้นและลึกสวยที่สุด หลีเป๊ะนั้นเป็นหนึ่งในเกาะของหมู่เกาะอาดัง-ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา แต่ได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษให้อยู่นอกเหนืออำนาจอุทยานฯ เลยพัฒนาเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยรีสอร์ตแบบที่เรารู้กัน ไปง่ายๆ ไปยังไง : มีบริการเครื่องบิน ต่อรถ ต่อเรือ ถึงหลีเป๊ะจากหลายสายการบิน โดยขึ้นเครื่องไปลงที่อำเภอหาดใหญ่ สงขลา ต่อรถมาท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล รวมถึงล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เอากับเขาด้วยคือนั่งรถไฟไปหาดใหญ่ก่อนต่อรถและต่อเรือตามลำดับ แต่ใครไม่ชอบแบบนั้นสามารถนั่งรถทัวร์โดยสารไปลงอำเภอละงู แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือสองแถวไปท่าเรือปากบาราได้เช่นกัน ไปแล้วห้ามพลาด : นอกจากการดำน้ำตามเกาะต่างๆ ต้องขึ้นไปชมวิวที่ผาชะโด เกาะอาดัง ซึ่งอยู่ใกล้กับหลีเป๊ะนั่นแหละ มองลงมาจะเห็นหลีเป๊ะทั้งเกาะลอยเด่นกลางทะเลสีเขียวคราม

เกาะห้อง

รู้จักสักหน่อย : ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้องโดดเด่นด้วยทะเลสีเขียวมรกตที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนแสนอลังการ ขณะที่อีกด้านของเกาะมีชายหาดสีขาวนวล เราสามารถค้างแรมที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แต่ต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไปเอง ดังนั้นคนเลยนิยมเที่ยวแบบเดย์ทริปมากกว่า ไปง่ายๆ ไปยังไง :  วิธีง่ายที่สุดในการเที่ยวเกาะห้องคือการซื้อทัวร์นำเที่ยวหนึ่งวันจากผู้ประกอบการที่อ่าวนางซึ่งมีอยู่หลายบริษัทให้เลือก ราคาเรือสปีดโบ๊ตประมาณ 1,200 – 1,500 บาทต่อคน ส่วนเรือหัวโทงถูกกว่าอีกหลายร้อยบาท สำหรับเรือโดยสารนั้นยังไม่มีบริการ ไปแล้วห้ามพลาด : ผจญภัยพายเรือคายัคเที่ยวอ่าวห้องหรือทะเลในที่โอบล้อมด้วยขุนเขา เป็นหนึ่งในฉากแสนสวยของทะเลกระบี่ที่สักครั้งในชีวิตต้องมาสัมผัส

เกาะตาชัย

รู้จักสักหน่อย : เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้รับการผนวกเข้ามาภายหลัง กำลังโด่งดังและโดดเด่นทั่วคุ้งแคว้นแดนสยามเพราะน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส กับชายหาดทรายขาวละเอียดราวแป้งฝุ่นทอดตัวยาวเกือบกิโลเมตร ที่นี่ไม่ใช่แหล่งดำน้ำตื้นเลิศหรูที่สุด แต่มีชายหาดและสีน้ำทะเลที่สุดยอดกว่าที่ใด ตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการค้างแรมบนเกาะ ไปง่ายๆ ไปยังไง : ง่ายดายมากเพราะยังไงก็ต้องพึ่งพาบริษัททัวร์ การเดินทางต้องออกตัวจากท่าเรือทับละมุ เขาหลัก จังหวัดพังงา โดยบริษัททัวร์ต่างๆ จะมีบริการรถรับส่งจากโรงแรมที่พักในโซนเขาหลัก (ฟรี) และจังหวัดภูเก็ต (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ราคาเดย์ทริปด้วยเรือสปีดโบ๊ตทั่วไปอยู่ราว 2,000 – 2,5000 บาท ต่อคน ไปแล้วห้ามพลาด : กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วมาว่าเที่ยวตาชัยต้องกระโดด ใครเป็นคนต้นคิดไม่รู้ แต่รู้ว่ามีคนทำตามเพียบ

เกาะแสมสาร

รู้จักสักหน่อย : เกาะเขตทหารเรือในอ่าวแสมสาร อำเภอสัตหีบ อยู่ใกล้ฝั่งนิดเดียว แต่ทะเลสวยใสจนต้องร้องโอ้โฮ เที่ยวที่นี่รับประกันว่าได้รับการดูแลอย่างดีจากทหารเรือ มีพาไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นซึ่งกำลังฟื้นฟูด้วย (แต่อย่าคาดหวังว่าจะสวยมากนะ) หรือปั่นจักรยานเที่ยวบนเกาะก็สนุกดี เปิดเฉพาะไปเช้า-เย็นกลับ ไม่อนุญาตให้ค้างคืนนะ ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่ท่าเรือเขาหมาจอ ตรงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย บัตรราคาเต็มผู้ใหญ่ 300 บาท ขับรถส่วนตัวสะดวกสุด หากไม่มีรถต้องนั่งไปตลาดสัตหีบ แล้วต่อสองแถวสัตหีบ-ช่องแสมสาร ขากลับอาจต้องขอเบอร์โทรศัพท์นัดแนะโชเฟอร์ เพราะปกติสองแถวไม่มารับคนที่พิพิธภัณฑ์ฯ ไปแล้วห้ามพลาด : ไม่ได้อยู่บนเกาะ แต่แนะนำให้ขึ้นไปชมวิวทะเลช่องแสมสารบนยอดเขาหมาจอ ด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ฯ จะเห็นเกาะแสมสาร และเกาะน้อยใหญ่ โดยรอบสวยสุดๆ

เกาะล้าน

เกาะล้าน ชลบุรี รู้จักสักหน่อย : เกาะน้ำใสใกล้กรุง อยู่แค่พัทยานี่เอง เกาะล้านเป็นชุมชนใหญ่ แต่มีชายหาดหลายแห่ง โดดเด่นคือหาดตาแหวน หาดเทียน หาดแสม แต่ละวันฝรั่งตี๋หมวยจากพัทยาข้ามไปเล่นน้ำอาบแดดกันเพียบ ส่วนเราจะเที่ยววันเดียวก็ได้หรือนอนค้างก็ดี บนเกาะมีที่พักกับร้านอาหารเพียบ แถมหลายสไตล์ทั้งแหววๆ หรือแบบเหมาะกับก๊วนเฮฮา ไปง่ายๆ ไปยังไง : จับรถหรือขับรถตามสบายไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา หากเดินทางจาก กทม. มีรถตู้ย่านอนุสาวรีย์ชัยส่งถึงท่าเรือ สำหรับเรือโดยสารมีบริการตลอดตั้งแต่เช้าถึงเย็น สลับกันลงเกาะล้านที่ท่าหน้าบ้าน กับหาดตาแหวน ไปแล้วห้ามพลาด : จุดชมวิวเขาหน้ายักษ์ หรือบ้างเรียกจุดชมวิวกังหัน มองลงมาเห็นหาดแสมมุมสูงลิบ มีแนวกังหันลมใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมเป็นพร็อพเก๋ๆ

เกาะกูด

เกาะขนาดใหญ่อันดับ 4 ของประเทศไทย และเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดตราด รองจากเกาะช้าง คือผืนแผ่นดินแห่งสุดท้ายในน่านน้ำทะเลตะวันออกของไทย ธรรมชาติบนเกาะซึ่งเป็นภูเขายังคงสภาพความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยผืนป่า แน่นขนัดด้วยต้นไม้ใหญ่ ด้วยทำเลที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ค่อนข้างมาก ตะกอนเดินจากบนฝั่งแผ่มาไม่ถึง ทำให้น้ำทะเลบริเวณเกาะกูดใสสะอาด รวมทั้งหาดทรายบนเกาะกูดเองและตามเกาะบริวารก็ขาวสวย สะอาดตา จนได้รับการเรียกขานว่า “อันดามันทะเลตะวันออก”

เกาะพะงัน

เกาะใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดสุราษฏร์ธานี รองจากเกาะสมุยบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ ความเขียวขจีของพืชพรรณ ความร่มรื่นของทิวไม้ริมชายหาด รวมทั้งความขาวของหาดทรายและความใสของผืนน้ำทะเล สะท้อนภาพในอดีตของเกาะสมุย เสน่ห์ที่ชวนหลงใหลอีกอย่างหนึ่งของเกาะพะงันก็คือ เทศกาล “ฟูลมูนปาร์ตี้” การเฉลิมฉลองบนชายหาดริ้น ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ ในงานนักท่องเที่ยวทั้งไยและต่างประเทศนับพันที่เนืองแน่นอยู่บนหาดพากัน สนุกสนานกับเสียงเพลงเร้าใจและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดตลอดค่ำคืนยันเช้า

หมู่เกาะตะรุเตา

แบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ ๆ ได้ 2 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี โดยเกาะตะรุเตา นั้นถือว่าเป็นเกาะแห่งประวัติศาสตร์  เนื่องจากครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็น “คุกกลางทะเล” ที่ใช้กักกันนักโทษทางการเมือง ยังมีร่องรอยหลงเหลือปรากฏให้พบเห็นอยู่ทั่วไป แทบไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันเกาะตะรุเตาและบรรดาเกาะน้อยใหญ่ในบริเวณข้าง เคียงเหล่านี้กลับกลายเป็น “สรวงสวรรค์กลางทะเล” ของนักเดินทาง ด้วยน้ำทะเลใสเขียวครามหาดทรายงาม ธารน้ำ และผืนป่าดงดิบอันอุดมสมบูรณ์ที่ใครต่อใครพร้อมกายพร้อมใจอยากจะถูกกักขัง อยู่ ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์เช่นนี้